ศูนย์การเรียน การศึกษามาตรา 12

ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกๆ ด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การดำเนินชีวิต ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งเอื้อให้ผู้คนสามารถค้นหาองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองจากทุกมุมโลก การศึกษาจึงต้องยกระดับการเรียนรู้จากเนื้อหาทฤษฎีไปสู่การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ซึ่งการจัดการศึกษาในระบบที่มีมาตรฐานกลางจากกระทรวงศึกษาธิการไม่อาจเป็นตัวชี้วัดความสามารถและความสำเร็จของเด็กและเยาวชนทุกคนในประเทศได้ ทั้งยังส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มกว้างมากขึ้นระหว่างคนในเมืองที่มีปัจจัยความพร้อมเข้าถึงคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานจากส่วนกลางกับชุมชนที่ห่างไกลและมีบริบททางสังคม วัฒนธรรมชุมชนที่เป็นอัตลักษณ์ โดยในชุมชนเองก็มีแหล่งองค์ความรู้และมีมาตรฐานการศึกษาตามที่พ่อแม่อยากเห็นลูกหลานของตนซึ่งเป็นผู้กำหนดอนาคตของชุมชนในอีก 10 ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร

การจัดการศึกษาในศูนย์การเรียน ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นการกระจายอำนาจให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเรียกชื่อนำหน้าว่า “ศูนย์การเรียน” ทำให้การศึกษามีความหลากหลายและผู้เรียนมีทางเลือกในการเข้าถึงการศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ โดยรูปแบบและวิธีการในการจัดการศึกษาตามกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชนและองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ.2555 ได้เปิดโอกาสให้จัดการศึกษานอกระบบหรือการศึกษาตามอัธยาศัย โดยใช้หลักสูตรที่ศูนย์การเรียนได้พัฒนาขึ้น เพื่อให้มีความยืดหยุ่น สนองต่อเจตนารมณ์ ความแตกต่าง และความต้องการของผู้เรียนกลุ่มต่างๆ โดยการจัดการศึกษาแต่ละรูปแบบ สามารถเทียบโอนผลการเรียนระหว่างกันได้ หรืออาจจัดการศึกษาแบบคละชั้นและอายุ หรือจัดให้มีการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาอื่นโดยมีข้อตกลงร่วมกันและเทียบโอนผลการเรียนซึ่งกันและกันได้

จากวิสัยทัศน์ในการ “สร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างคุณภาพเด็กและเยาวชน สร้างชุมชนเข้มแข็ง” มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนมีเป้าหมายสร้างรูปธรรมการศึกษาที่จัดการศึกษาโดยองค์กรชุมชนและองค์กรเอกชน ซึ่งทำงานขับเคลื่อนกับภาคส่วนต่างๆ ทั้งในระดับชุมชน เครือข่ายศูนย์การเรียน และภาครัฐบาล โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2556 มูลนิธิฯ ร่วมกับสององค์กรชุมชนยื่นจดทะเบียนจัดตั้งศูนย์การเรียนกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นและวัฒนธรรมชุมชน โดยมีแผนการดำเนินงานพัฒนาด้านบุคลากรครู การบริหารจัดการภายในสถานศึกษา งานก่อสร้าง การและจัดหาสื่อการเรียนการสอน ขณะเดียวกัน มูลนิธิฯเป็นเครือข่ายกับสมาคมสภาการศึกษาทางเลือก และจัดการศึกษาผ่านการเดินทางไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับศูนย์การเรียนต่างๆทั่วประเทศไทย รวมทั้งทำงานขับเคลื่อนเชิงนโยบายร่วมกับสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการการปฏิบัติการส่งเสริมสนับสนุนและติดตามการจัดการศึกษาทางเลือก และร่วมเป็นคณะทำงานจัดทำระบบฐานข้อมูลศูนย์การเรียนทั่วประเทศไทย

ในปี 2562 มูลนิธิฯ เข้าสู่ปีที่ 7 ของการทำงานขับเคลื่อนเรื่องศูนย์การเรียน การศึกษามาตรา 12 มูลนิธิฯเล็งเห็นถึงความงอกงามของการศึกษาในรูปแบบใหม่นี้กำลังเติบโตตามแห่งที่ต่างๆทั่วประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันเกิดศูนย์การเรียนจำนวนทั้งหมด 56 ศูนย์การเรียน (ข้อมูลจาก สพฐ. เมื่อ เมษายน 2562) ดังนั้น ในการทำงานพัฒนาศูนย์การเรียนในระยะต่อไป มูลนิธิฯเห็นความสำคัญของการสร้างเครือข่ายศูนย์การเรียนทั่วประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ศูนย์การเรียนในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน หรือเสริมความร่วมมือกันและกันในเรื่องที่แต่ละศูนย์การเรียนมีความเชี่ยวชาญ รวมทั้งสร้างให้เกิดการตรวจสอบกันและกันได้เพื่อให้การจัดศึกษาของศูนย์การเรียนเป็นไปอย่างมีคุณภาพ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *