โครงการ พัฒนาครูศูนย์การเรียน การศึกษามาตรา 12

หลักการและเหตุผล

เด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตามมาตรา 6 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยในมาตรา 12 สถานศึกษาที่เรียกว่าศูนย์การเรียน ได้ยืดหยุ่นให้การจัดการศึกษาสอดคล้องกับยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีและการสื่อสารที่เต็มไปด้วยข้อมูลสารสนเทศ ในการพัฒนาหลักสูตรให้พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคศตวรรษที่ 21

บทบาทของครูจากผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ นำสาระที่มีในตำรามาบอกบรรยายให้นักเรียนจดจำแล้วนำไปสอบวัดความรู้ ครูต้องกลายเป็นผู้สอนคนให้เป็นมนุษย์ที่เรียนรู้การใช้ทักษะ โดยเป็นผู้ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ เป็นผู้ชี้แนะ (Coach) และอำนวยความสะดวก (Facilitate) ในการเรียนรู้ให้ผู้เรียนเรียนผ่านการลงมือทำ (Active Learning) ดังนั้น ครูจึงต้องมีทักษะเพื่อศิษย์ไทยในศตวรรษที่ 21 โดย                            ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ ในศตวรรษที่ 21” ว่า ครูไม่ใช่แค่มีใจ เอาใจใส่ศิษย์เท่านั้น ยังต้องมีทักษะในการจุดไฟในใจศิษย์ ให้รักการเรียนรู้ หรือให้การเรียนรู้สนุกและกระตุ้นการเรียนรู้ต่อไปตลอดชีวิต บทบาทครูเช่นนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นและท้าทายครูอย่างมาก

มนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ต้องเป็นบุคคลที่มีทักษะสูงในการเรียนรู้และปรับตัว ไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดใด เพราะต้องเตรียมตัวในการเผชิญการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว พลิกผัน และคาดไม่ถึง ครูจึงต้องพัฒนาตนเองให้มีทักษะการเรียนรู้ด้วย โดยทักษะของคนที่ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต คือ 3R x 7C

  • 3R ได้แก่ Reading (อ่านออก), (W)Riting (เขียนได้) และ (A)Rithmetics (คิดเลขเป็น)
  • 7C ได้แก่ Critical thinking & problem solving (ทักษะด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และทักษะในการแก้ปัญหา)
  • Creativity & innovation (ทักษะด้านการสร้างสรรค์และนวัตกรรม)
  • Cross-cultural understanding (ทักษะด้านความเข้าใจต่างวัฒนธรรม ต่างกระบวนทัศน์)
  • Collaboration, teamwork & leadership (ทักษะด้านความร่วมมือการทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำ)
  • Communications, information & media literacy (ทักษะการสื่อสารสารสนเทศ รู้เท่าทันสื่อ)
  • Computing & ICT literacy (ทักษะด้านคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • Career & learning skills (ทักษะอาชีพ และทักษะการเรียนรู้)

ครูจึงต้องพัฒนาโดยสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ที่เรียกว่า PLC (Professional Learning Community) เพื่อรวมตัวในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่องในการจัดศึกษารูปแบบศูนย์การเรียน ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย ดังนั้น มูลนิธิฯ จึงให้ความสำคัญของการสร้างเครือข่ายศูนย์การเรียน ผ่านการจัดทำโครงการพัฒนาครูศูนย์การเรียน การศึกษามาตรา 12 ซึ่งเป็นการแลกเปลี่ยนกันทั้งในการพัฒนาและการตรวจสอบคุณภาพการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับศูนย์การเรียน การทำงานบริหารศูนย์การเรียน และการขับเคลื่อนเชิงนโยบายการศึกษามาตรา 12

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการจัดการศึกษามาตรา 12
  2. เพื่อสร้างจิตสำนึกและสร้างพลังร่วมแห่งการทำงานเป็นทีมขับเคลื่อนการจัดการศึกษามาตรา 12
  3. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจขอบข่ายการทำงานบริหารศูนย์การเรียน
  4. เพื่อสร้างกระบวนการพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะสมกับศูนย์การเรียน
  5. เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในรูปแบบวิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Active learning) และสามารถนำความรู้ที่ได้รับมาใช้ในการปรับปรุง พัฒนาตนเองและกระบวนการทำงาน
  6. เพื่อสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับบริบทแต่ละศูนย์การเรียน
  7. เพื่อถอดบทเรียนและสรุปแนวทางการจัดการเรียนรู้ วิถีปฏิบัติที่เหมาะสมกับอัตลักษณ์ของแต่ละศูนย์การเรียน

 

ระยะเวลา

ระยะเวลาในการดำเนินงาน 3 ปี ระหว่างปีการศึกษา 2562 – 2564

ปีที่

เรื่อง

1 สร้างความรู้ความเข้าใจ และปฏิบัติตามกระบวนการในการจัดการศึกษาศูนย์การเรียน มาตรา 12
2 ถอดบทเรียน, PLC, เขียนแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan), สร้างนวัตกรรมการจัดการศึกษา
3  พัฒนากระบวนการวิจัย, ได้คู่มือแนวทางการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียน

 

วิธีการดำเนินงาน

ที่

ขั้นตอนการดำเนินงาน

ระยะเวลาการดำเนินงาน

1 ปีการศึกษา 2562
กิจกรรมที่ 1 เน้นการอบรมและฝึกทำแผนการจัดการศึกษา
ทำความเข้าใจการจัดการศึกษา มาตรา 12
ทำความเข้าใจเครื่องมือ รูปแบบการจัดการศึกษา แบบ Active  Learning เช่น PBL, FBL, STEM, STEAM, Block Course etc.
ออกแบบการเรียนการสอน และเขียนแผนหน้าเดียว
แลกเปลี่ยนอุดมการณ์ แรงบันดาลใจ และวัฒนธรรมในการทำงาน
24 – 30 เม.ย. 62

 

2 กิจกรรมที่ 2 นิเทศติดตาม (Monitoring & Evaluation) 5 – 7 ส.ค. 62
3 กิจกรรมที่ 3 ถอดบทเรียน
ล้อมวงถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนผลการดำเนินงานทำความเข้าใจและทำการวัดและประเมินผลแบบ Block Course
ทำความเข้าใจกระบวนการประเมินคุณภาพในสถานศึกษา และการรายงานผล (Self-assessment report : SAR)
ทำความเข้าใจและทำงานธุรการทางวิชาการ
24 – 30 ต.ค. 62
 

4

ปีการศึกษา 2563
กิจกรรมที่ 4  สร้างนวัตกรรมการจัดการศึกษามาตรา 12
สร้างกระบวนการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC)
อบรมและเขียนแผนพัฒนาตนเอง (ID Plan)
วางแผนและออกแบบการจัดการศึกษา
14 – 30  เม.ย. 63

 

5 กิจกรรมที่ 5 นิเทศและติดตาม  (Monitoring & Evaluation) 5 – 7 ส.ค. 63
6 กิจกรรมที่ 6
สร้างกระบวนการ PLC (Professional Learning Community)
ชุมชนแห่งการเรียนรู้
24 – 30 ต.ค. 63
 

7

ปีการศึกษา 2564
กิจกรรมที่ 7 พัฒนากระบวนการวิจัย
วางแผนและออกแบบการจัดการศึกษา
อบรมกระบวนการทำวิจัย
24 – 30  เม.ย. 64
8 กิจกรรมที่ 8 นิเทศและติดตาม (Monitoring & Evaluation) 5 – 7 ส.ค. 64
9 กิจกรรมที่ 9 สรุปผลแนวทางการจัดการศึกษา ตลอดปีการศึกษา 2562 – 2564
ทำเป็นคู่มือแนวทางการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียน มาตรา 12
24 – 30 ต.ค. 64

 

การประเมินผล

ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ

วิธีการวัดและประเมินผล

เครื่องมือที่ใช้วัด

  • การแลกเปลี่ยนในวงถอดบทเรียน
  • กระบวนการจัดการเรียนการสอน
  • เทคนิคการสอน
  • คุณภาพผู้เรียน
  • การวัดประเมินผล
  • ตรวจเอกสาร
  • สังเกต
  • สอบถาม
  • แบบสรุป
  • แบบสังเกต
  • แบบสอบถาม
  • การสัมภาษณ์

 

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  1. บุคลากรครู คณะกรรมการในศูนย์การเรียน ได้เพิ่มพูนวิสัยทัศน์  มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นทิศทางและเป้าหมายในการทำงานจัดการศึกษามาตรา 12
  2. บุคลากรครูในศูนย์การเรียนได้รับการพัฒนากระบวนการทำแผนการสอน ออกแบบกระบวนการจัดการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผล
  3. บุคลากรครูในศูนย์การเรียนได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในรูปแบบของเทคนิคการสอนต่างๆ และนำมาประยุกต์ใช้จัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสภาพผู้เรียนและบริบทศูนย์การเรียน
  4.  บุคลากรครูในศูนย์การเรียนได้รับความรู้ ความเข้าใจ ขอบข่ายงานการบริหารศูนย์การเรียน และการทำเอกสารวิชาการ
  5. บุคลากรครูในศูนย์การเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่ายศูนย์การเรียนและบุคลากร
  6. ผู้เรียนได้มีคุณภาพทางการศึกษา โดยมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ที่ต้องการและสืบหาองค์ความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยมีครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) และชี้แนะแนวทาง (Coaching)
  7. ศูนย์การเรียนได้นวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพผู้เรียนและสภาพแวดล้อม
  8. ศูนย์การเรียนได้คู่มือแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพผู้เรียนและสภาพแวดล้อม
ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *