เดินทางค้นหาชีวิต เปิดห้องเรียนใหญ่ศึกษาสังคม : Journey to Change Mindset (FBL ปี 1)

การเดินทางไปเพื่อรู้จักตนเอง ศึกษาเรียนรู้ความหลากหลายของธรรมชาติ เข้าใจพหุวัฒนธรรมตามวิถีชีวิตคนพื้นถิ่น แลกเปลี่ยนนาฏศิลป์พื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง สืบค้นองค์ความรู้ทางวิชาการที่มีการศึกษาไว้ในแต่ละพื้นที่ เชื่อมโยงสู่การมองเห็นโลกกว้าง มองเห็นสังคมที่หลากหลายและแตกต่าง สะท้อนกลับมามองตนเองเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายในตน

นักเรียนชั้น ม.4 จำนวน 11 คน จากศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร) อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ร่วมกับ ทีมสื่อ มูลนิธิส่งเสริมเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ผลิตสารคดีการเรียนรู้กึ่งการท่องเที่ยวนำเสนอการเรียนรู้ในแต่ละพื้นที่และภูมิภาค

รูปแบบการจัดการศึกษา  :  Field trip Base Learning : FBL

 

พื้นที่ และระยะเวลาดำเนินงาน  : รวมจัดกิจกรรมทั้งสิ้น 3 ครั้ง ได้แก่

  • ครั้งที่ 1 ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี ระหว่างวันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2560
  • ครั้งที่ 2 ภาคอีสาน 5 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 1 – 30 กรกฎาคม 2560
  • ครั้งที่ 3 ภาคกลาง 2 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม และเพชรบุรี ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี ระหว่างวันที่ 1 – 30 กันยายน 2560

 

คณะนักเดินทาง  :  รวมทั้งสิ้น 16 คน ประกอบด้วย

  • นักเรียน ชั้น ม.4 ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่องฯ จำนวน 11 คน
  • ครู ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่องฯ จำนวน   2 คน
  • ทีมงานมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน จำนวน   3 คน

 

ที่มาและความสำคัญ 

การศึกษาในโรงเรียนที่มีมิติเป็นเส้นตรงและถูกแบ่งเป็นส่วนๆ ตามช่วงภาคการศึกษา เนื้อหาสาระถูกจำกัดไว้เฉพาะในตำรา ถูกนำเสนอตามลำดับช่วงวัยของผู้เรียนเกิดขึ้นเฉพาะในคาบเรียน หากผู้เรียนมีความสนใจเฉพาะทางก็จะต้องรอเรียนในระดับที่สูงขึ้นอย่างมหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นการปิดโอกาสให้กับเด็กหลายคนที่ไปไม่ถึงปลายทางของการศึกษาสูงสุดอย่างมหาวิทยาลัย หรือสิ่งที่เขาสนใจจริงๆ มหาวิทยาลัยก็อาจไม่ใช่คำตอบ ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการศึกษาในระบบปัจจุบันไม่ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง เห็นความชอบ ความถนัด และความต้องการในชีวิตของตนเอง

ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่องฯ คือสถานศึกษาแห่งแรกของประเทศที่เป็นการจัดการศึกษาทางเลือกโดยองค์กรชุมชน ซึ่งได้การรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการให้เปิดทำการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 โดยมีมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นที่ปรึกษา ร่วมกับองค์กรชุมชนออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้บูรณาการระหว่างหลักสูตรชุมชนกะเหรี่ยงกับหลักสูตรแกนกลางที่กระทรวงฯ กำหนดมาปรับใช้ในศูนย์การเรียนฯ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนรู้ภายในศูนย์การเรียนฯ เน้นการเตรียมความพร้อมทางกาย บ่มเพาะความงอกงามทางอารมณ์ ขณะเดียวกันหล่อหลอมความงอกงามทางสติปัญญา ให้ตื่นรู้ รู้จักและเท่าทันตนเอง เพื่อสามารถเข้าถึงความจริงของชีวิตได้ รวมถึงมีทักษะการเรียนรู้ ทักษะชีวิตที่กลมกลืนกับวัฒนธรรมชุมชนและสามารถเผชิญการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกได้อย่างสมดุล โดยจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านการทำกิจกรรมจิตศึกษา และเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ Problem Base Learning (PBL) เป็นอีกหนึ่งแนวทางในกระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะของคนในยุคศตวรรษที่ 21ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนได้เตรียมตัวเพื่อใช้ชีวิตในโลกที่เป็นจริง

อย่างไรก็ตามการเรียนรู้ภายใต้บริบทนิเวศวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นของศูนย์การเรียนฯ อาจยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ผู้เรียนมีความพร้อมในการใช้ชีวิตในโลกที่เป็นจริงทั้งสังคมในชุมชนและสังคมภายนอก อีกทั้งอาจยังไม่สามารถค้นพบเป้าหมายชีวิต ความถนัดและศักยภาพของตนเองได้ ดังนั้นการนำพาผู้เรียนออกเดินทางไกลในครั้งนี้จึงเป็นกระบวนการจัดการศึกษาที่มุ่งให้ผู้เรียนมองเห็นเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายของตนเอง เพราะการมีเป้าหมายชีวิตไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาวก็เปรียบเสมือนเป็นแสงสว่างหรือเข็มทิศช่วยนำทางผู้เรียนก่อให้เกิดแรงจูงใจ มีความเพียรพยายามที่จะก้าวเดินไปจนบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้

ในการนี้ศูนย์การเรียนฯ และมูลนิธิฯ จึงมีความเชื่อว่า การเดินทางที่นำพาตนเองเข้าไปเรียนรู้วิถีผู้คนสภาพบ้านเมือง วัฒนธรรม รวมถึงภูมิปัญญาและเทคโนโลยีที่หลากหลายตามแต่ละท้องถิ่น อีกทั้งระหว่างการเดินทางคือกระบวนการพัฒนาทักษะหลายอย่าง เช่น การวางแผนเดินทาง การบริหารจัดการเงิน การสื่อสารกับคนต่างเชื้อชาติ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเอาตัวรอด การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฯลฯ การเดินทางจึงเป็นโอกาสที่นักเดินทาง(ผู้เรียน)ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน เปรียบได้กับการออกจากหลุมหลบภัยของตัวเราเอง

การจัดการศึกษานอกห้องเรียนของศูนย์การเรียนฯ ในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรง ห้องเรียนคือโลกกว้าง เครื่องมือสำคัญในการเรียนคือตัวของผู้เรียนเองที่จะขวนขวายหาความรู้ได้ตลอดเวลาจากการเดินทางโดยมีครูผู้สอนคือปราชญ์ชุมชนในแต่ละพื้นที่ กลุ่มเยาวชนที่ขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม และผู้คนหลากหลายที่พบเจอระหว่างทาง

นอกจากนั้นแต่ละจุดพักของการเรียนรู้ ผู้เรียนยังจะนำอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยง ทั้งเรื่องนาฎศิลป์กะเหรี่ยงและแนวคิดปรัชญาด้านอนุรักษ์ธรรมชาติที่แฝงอยู่ในจารีตปฏิบัติและประเพณีกะเหรี่ยงไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มเยาวชนและองค์กรชุมชนอื่นๆ เพื่อประยุกต์และสร้างสรรค์ให้เกิดแนวคิดหรือแนวทางใหม่ในการพัฒนาชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีจุดยืนให้สังคมภายนอกได้เห็นว่าเยาวชนคนกะเหรี่ยงก็คือคนไทย ไม่ใช่พลเมืองชั้นสามหรือคนชายขอบของสังคม

ดังนั้นการเดินทางครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของปูพื้นฐานการใช้ชีวิตจริงในสังคมปัจจุบันให้กับนักเรียนชั้น ม.4 ซึ่งคาดหวังว่าพวกเขาจะสามารถรู้จักตนเอง รู้ศักยภาพ รู้ความถนัดความชอบของตนเองได้รวดเร็วขึ้นและมีความกล้าหาญในการตั้งคำถามกับชีวิตซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อการจัดการศึกษาในระดับชั้น ม.5 – 6 ต่อไป โดยศูนย์การเรียนฯ มีหน้าที่ต้องจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามความถนัดและศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคน ส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นผู้ใฝ่เรียนรู้และมีความพร้อมในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาทั้งด้านวิชาการ วิชาชีพ พัฒนาทักษะชีวิตและการทำงานรวมถึงจะต้องสร้างแรงกระตุ้นและเปิดพื้นที่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนสามารถแสดงออกถึงศักยภาพและความเป็นตัวตนของตนเองออกมาให้ชัดเจนมากที่สุด

วัตถุประสงค์

  1. เปิดโลกทัศน์ของนักเรียนเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาเป้าหมายชีวิต ความถนัดและศักยภาพของตนเอง
  2. เรียนรู้จักสังคมและการใช้ชีวิตในโลกที่เป็นจริง ที่สำคัญคือให้รู้จักตัวเอง สามารถฝึกฝนพัฒนากายและใจของตน
  3. เข้าถึงมุมมอง ความคิด ทัศนคติ การกระทำของผู้อื่นมากขึ้น และสามารถนำมาปรับใช้กับตัวเอง พร้อมทั้งเกิดกระบวนการปรับเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติที่มีต่อผู้อื่นและตนเอง
  4. ฝึกทักษะชีวิต อาทิ การวางแผนเดินทาง การบริหารจัดการเงิน การสื่อสารกับคนต่างเชื้อชาติ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเอาตัวรอด ฯลฯ ซึ่งทักษะต่างๆ และประสบการณ์ที่ได้ระหว่างทางจะทำให้ผู้เรียนเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น
  5. เผยแพร่อัตลักษณ์วัฒนธรรมกะเหรี่ยง ทั้งนาฎศิลป์กะเหรี่ยงและแนวคิดด้านอนุรักษ์ธรรมชาติอยู่ในจารีตปฏิบัติและประเพณีกะเหรี่ยงนำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มเยาวชนและองค์กรชุมชนอื่นๆ
  6. ฝึกทักษะการสื่อสารเพื่อชีวิตและสังคมผ่านโซเชียลมีเดีย เรียนรู้กระบวนการผลิตสารคดีและสื่อในรูปแบบต่างๆ
  7. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรมและนิเวศชุมชน
  8. จัดกระบวนการเรียนรู้แบบ FBL – Field trip Base Learning โดยใช้ฐานชุมชนและท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคเป็นแกนในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ของผู้เรียน

 

วิธีการดำเนินงาน

  1. ประชุมขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครองนักเรียน
  2. วางแผนและออกแบบกระบวนการจัดการเรียนรู้ตลอดการเดินทาง เชื่อมโยงกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนระดับชั้น ม.4
  3. วางแผนการเดินทาง การจัดการในแต่ละพื้นที่ ประสานงานในพื้นที่ และกำหนดวันการเดินทาง
  4. จัดทำโครงการ และรายละเอียด
  5. จัดทำจดหมายขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานธุรกิจ องค์กรต่างๆและสรุปผล
  6. ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาและผู้ปกครอง ชี้แจงรายละเอียดการเดินทางและเช็คความพร้อม
  7. ประสานงานพื้นที่การเรียนเรียนรู้ในแต่ละจังหวัด
  8. ประชุมเตรียมความพร้อมกับผู้เรียน และแบ่งหน้าที่รับผิดชอบระหว่างการเดินทาง รวมถึงวางแผนการเรียนรู้และการบันทึกถ่ายทำสารคดีตลอดการเดินทาง
  9. จัดกระบวนการวัดผลและประเมินผลการเรียนรู้ร่วมกับผู้เรียน
  10. เช็คความพร้อมในทุกด้านเพื่อเตรียมออกเดินทาง
  11. ออกเดินทางไปค้นหาชีวิตแต่ละพื้นที่
  12. ผู้เรียนแสดงผลการเรียนรู้ในแต่ละวันผ่านโซเชียลมีเดีย และร่วมเป็นผู้ผลิตสารคดีกับทีม CYF
  13. แต่ละวันมีการสรุปผลการเรียนร่วมกันทุกฝ่ายทั้งผู้เรียน ครู ที่ปรึกษาและองค์กรในพื้นที่
  14. เมื่อสิ้นสุดการเดินทาง ทุกฝ่ายร่วมกันสรุปผลการเรียนรู้และประเมินผลตามเป้าหมายการเดินทาง

 

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. ผู้เรียนได้รับโอกาสในการเปิดโลกทัศน์แรงบันดาลใจรค้นหาเป้าหมายชีวิต ความถนัดและศักยภาพของตนเอง รวมถึงเป็นการผู้เรียนต่อการเรียนรู้สังคมชุมชนในแต่ละภูมิภาค
  2. ผู้เรียนรู้จักสังคมที่มีวัฒนธรรมแตกต่างในแต่ละภูมิภาคและสามารถใช้ชีวิตในโลกที่เป็นจริงได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งสามารถฝึกฝนพัฒนากายและใจได้
  3. ผู้เรียนสามารถเข้าถึงมุมมอง ความคิด ทัศนคติ การกระทำของผู้อื่นมากขึ้น และสามารถนำมาปรับใช้กับตัวเอง พร้อมทั้งเกิดกระบวนการปรับเปลี่ยนมุมมอง ทัศนคติที่มีต่อผู้อื่นและตนเอง
  4. ผู้เรียนมีทักษะชีวิต อาทิ การวางแผนเดินทาง การบริหารจัดการเงิน การสื่อสารกับคนต่างเชื้อชาติ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การเอาตัวรอด ฯลฯ ซึ่งทักษะต่างๆ และประสบการณ์ที่ได้ระหว่างทางจะทำให้ผู้เรียนเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น
  5. ผู้เรียนทำหน้าที่ในการเผยแพร่นำไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับกลุ่มเยาวชนและองค์กรชุมชนอื่นๆ เกี่ยวกับอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยง ทั้งนาฎศิลป์กะเหรี่ยงและแนวคิดปรัชญาด้านอนุรักษ์ธรรมชาติที่แฝงอยู่ในจารีตปฏิบัติและประเพณีกะเหรี่ยง
  6. ผู้เรียนมีทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ผ่านโซเชียลมีเดีย เรียนรู้กระบวนการผลิตสารคดีและสื่อในรูปแบบต่างๆ
  7. ผู้เรียนทำหน้าที่ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติ วัฒนธรรมและนิเวศชุมชน
  8. กระบวนการพัฒนาคุณภาพการศึกษารูปแบบ FBL – Field trip Base Learning เป็นต้นแบบและแรงบันดาลใจให้แต่ละพื้นที่สามารถจัดการเรียนรู้โดยใช้ฐานชุมชนและท้องถิ่นในแต่ละภูมิภาคเป็นแกน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *