ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง(วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร)

ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร)
หมู่ 1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

ความเป็นมา

สืบเนื่องจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา 12 ได้ให้การรับรองสิทธิในการจัดการศึกษาแก่ภาคสังคมและประชาชน โดยกำหนดว่านอกเหนือจากรัฐ เอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้บุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น มีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งต่อมามีการออกกฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิขององค์กรชุมชน และองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ. 2555 กำหนดให้องค์กรชุมชน และองค์กรเอกชนมีสิทธิในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียนและให้สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎกระทรวงดังกล่าวนี้ เรียกว่า “ศูนย์การเรียน

เมื่อต้นปี 2557 ชาวชุมชนบ้านสะเนพ่อง หมู่ 1 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน และสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ จึงได้พัฒนาหลักสูตรชุมชนวิถีกะเหรี่ยงแห่งผืนป่าทุ่งใหญ่นเรศวรบูรณาการกับหลักสูตรแกนกลางที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด พร้อมทั้งได้รวบรวมเอกสารตามกฎกระทรวงดังกล่าวกำหนด ยื่นขอจดทะเบียนศูนย์การเรียน ในนาม “องค์กรชุมชนบ้านสะเนพ่อง” กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 (สพม.8) โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร)” ต่อมาชุมชนได้รับใบอนุญาตให้เปิดทำการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 โดยมีนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 รวม 22 คน มาจาก 3 หมู่บ้าน

มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน ได้ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชาว ต.ไล่โว่ และ อบต.ไล่โว่ ในด้านการศึกษาและส่งเสริมด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ซึ่งโครงการที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการเด็กบ้านไกล โครงการส่งเสริมเกษตรกรรมเพื่อเด็กบ้านไกลพึ่งตนเอง โครงการบ้านพักเด็กบ้านไกล และโครงการศูนย์วัฒนธรรมชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  80  พรรษา เป็นต้น

ตำบลไล่โว่  มี 6 หมู่บ้าน มี 877 หลังคาเรือน ประชากรรวม 3,821คน และกว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มชาติพันธ์ ‘โปว์’ หรือ ‘โผล่ว’ หรือที่รู้จักทั่วไปว่า ‘กะเหรี่ยง’ บรรพชนของพวกเขาอาศัยและตั้งถิ่นฐานอยู่ในป่าใหญ่มายาวนานมากกว่า 400 ปี ซึ่งพวกเขาขานนามผืนป่าแห่งนี้ว่า “เวียผะดู”  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2534 ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นามว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง” ครอบคลุมเนื้อที่ 6,222 ตารางกิโลเมตร หรือ 3,888,875  ไร่

บ้านสะเนพ่อง เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในตำบลไล่โว่ มีประชากรรวม 809 คน 171 หลังคาเรือน 194 ครอบครัว และที่นี่ไม่มีโรงเรียนมัธยม เด็กๆ ที่จบการศึกษา ป.6 ต้องออกจากหมู่บ้านไปเรียนหนังสือในระดับมัธยมศึกษา บ้างเรียนต่อที่ ร.ร.อุดมสิทธิศึกษา ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.สังขละบุรีและบางส่วนเลือกไปเรียนต่อที่ ร.ร.บ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ ระยะทางประมาณ 15-20 ก.ม. ไม่ว่าจะเลือกเรียนต่อที่ใดเด็กๆ ต้องไปอยู่ประจำ กิน-นอนและใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียน หรือที่ สนง.อบต.ไล่โว่ (โครงการเด็กบ้านไกลภายใต้การดูแลรับผิดชอบโดย อบต.ไล่โว่ จัดที่พัก อาหารและรถรับ-ส่ง ปัจจุบันมีนักเรียนจาก 6 หมู่บ้านมาอยู่อาศัยรวมกัน)

อย่างไรก็ตามผู้ปกครองโดยส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ลูกหลานออกไปเรียนหนังสือนอกหมู่บ้าน ทำให้เด็กๆ บางส่วนไม่ได้เรียนต่อ และบางส่วนที่เรียนต่อก็ประสบปัญหาต้องออกจากโรงเรียนกลางครัน เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวใช้ชีวิตภายใต้กฎระเบียบต่างๆ ได้ อีกทั้งการไม่มีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิดทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย และในแต่ละปีในแต่ละหมู่บ้านมีนักเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพิ่มมากขึ้นทุกปี ดังนั้นการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างชาวชุมชนบ้านสะเนพ่อง มูลนิธิฯ และ อบต.ไล่โว่ เพื่อร่วมกันหามาตรการรองรับและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงเกิดขึ้น และนำมาสู่การเปิด “ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร)” ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนชุมชนแห่งแรกของประเทศที่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการให้เปิดทำการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา และถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นนับหนึ่งของการกระจายอำนาจด้านการศึกษาโดยชุมชนมีสิทธิบริหารจัดการศึกษาได้ด้วยตนเองทั้งระบบภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ

 

หลักสูตรชุมชน

ชาวสะเนพ่องมุ่งหวังอยากให้การศึกษาที่ชุมชนจัดการเอง เป็นการศึกษาที่สอนให้ลูกหลานรู้ลึกซึ้งในวิถีวัฒนธรรมชุมชนของตนเอง บ้านสะเนพ่องเป็นกลุ่มชาติพันธ์กะเหรี่ยงที่ยังคงสืบสานวิถีประเพณีวัฒนธรรมชุมชนอย่างเข้มแข็ง โดยรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้ยังคงผืนป่าอันสมบูรณ์จนถึงปัจจุบันนี้ ดังที่ลุงเนเส่ง ปราชญ์ชุมชนกองม่องทะกล่าวไว้ว่า “คนกะเหรี่ยงไม่ได้ดูแลป่า คนไทยไม่ได้ดูแลป่า ประเพณีวัฒนธรรมต่างหากที่ดูแลป่า”

ท่ามกลางกระแสการพัฒนาด้านวัตถุและค่านิยมสมัยใหม่ การออกมาใช้ชีวิตนอกชุมชนและสัมพันธ์กับสังคมภายนอกของลูกหลาน ก่อเกิดปัญหาตามมามากมาย โดยเฉพาะการรับเอาความทันสมัยของสังคมเมืองเข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิต ทำให้วัยรุ่นมีทัศนคติเชิงลบกับวัฒนธรรมดั้งเดิมว่าล้าสมัย ไม่น่าภาคภูมิใจ กระทั่งนำไปสู่การใช้ชีวิตที่ค่อยๆถอยห่างจากชุมชนมากขึ้น จนอาจเลือกที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ดังนั้น ศูนย์การเรียนฯ ได้พัฒนา ‘หลักสูตรชุมชน’ ที่เน้นการเรียนรู้หล่อหลอมจิตวิญญาณวิถีกะเหรี่ยงให้กับลูกหลาน รวมถึงการเรียนรู้วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ประเพณี วัฒนธรรมกะเหรี่ยงควบคู่ไปกับการจัดการเรียนสอนตาม ‘หลักสูตรแกนกลาง’ ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

 

การยื่นจัดตั้งศูนย์การเรียน

ชาวสะเนพ่องได้ยื่นขอจดทะเบียน “ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง (วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร)” เพื่อเปิดทำการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ตามที่กฎกระทรวงว่าด้วยสิทธิองค์กรชุมชน และองค์กรเอกชนในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในศูนย์การเรียน พ.ศ.2555 กำหนด ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2557 องค์กรชุมชนบ้านสะเนพ่องได้รับความเห็นชอบและอนุญาตจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 8 (สพม.8) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนต้น

ต่อมาต้นปี พ.ศ.2560 องค์กรชุมชนบ้านสะเนพ่องมีความประสงค์จะขยายโอกาสทางการศึกษา และเพื่อส่งเสริมให้ลูกหลานสามารถเข้าถึงการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ ดังนั้นจึงจัดแผนจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายขึ้น และได้รับความเห็นชอบและอนุญาตเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2560

 

วิสัยทัศน์

ศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง(วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร) มุ่งจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข เต็มศักยภาพ เป็นคนดีและคนเก่ง สอดคล้องกับวิถีชีวิตกะเหรี่ยงและกลมกลืนกับวิทยาการสมัยใหม่ สู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

 

วัตถุประสงค์ของศูนย์การเรียน

  1. หลักสูตรของศูนย์การเรียนชุมชนศรีสุวรรณสะเนพ่อง(วิถีกะเหรี่ยงทุ่งใหญ่นเรศวร) เป็นหลักสูตรที่เน้นหลักวิชาการควบคู่กับหลักการดำรงชีวิต สร้างการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์และมีความสุข เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งพัฒนาผู้เรียนรู้จักตนเอง ตระหนักถึงคุณค่าของชุมชนท้องถิ่นและสังคม
  2. จัดรูปแบบการศึกษาขั้นพื้นฐานตามอัธยาศัย มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพทั้งจิตใจและความคิด เป็นผู้คุณธรรม มีจิตใจสาธารณะ มีจิตสำนึกความเป็นพลเมืองที่ดี รู้จักช่วยเหลือสังคมและชุมชน
  3. สร้างระบบการเรียนรู้แบบองค์รวมบูรณาการหลักสูตรชุมชนควบคู่กับหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน โดยเรียนรู้จากสถานที่จริง แหล่งเรียนรู้ในเขตพื้นที่ และภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีโครงสร้างยืดหยุ่นด้านสาระการเรียน เวลาเรียน และการจัดการเรียนรู้ โดยเน้นการบูรณาการเนื้อหาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ความแตกต่างระหว่างบุคคล ชุมชน และสังคม
  4. พัฒนายกระดับให้ศูนย์การเรียนชุมชนเป็นศูนย์รวมการพัฒนาความเข้มแข็งให้กับสถาบันครอบครัวและชุมชน รวมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมให้มีคุณภาพและคุณธรรม
  5. เกื้อหนุนให้ผู้เรียนทุกๆ คนได้มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและงอกงามได้ตามศักยภาพตามความถนัดและตามความปรารถนาของตน รวมถึงให้ผู้เรียนสามารถดำเนินชีวิตในท้องถิ่นอย่างมีความสุข

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *