โครงการ “ผลบุญ” โครงการพวงหรีดหนังสือ

โครงการ “ผลบุญ” โครงการพวงหรีดหนังสือ ร่วมกับ 3 ศิลปินชื่อดัง ได้แก่ พัชรพล แตงรื่น หรือ ALEX FACE, กชวัช บูรณภิญโญ และกรศริน ภัทรโสภาคย์ หรือ REENP โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อโอกาส และหนังสือ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “ซื้อพวงหรีดเท่าไร บริจาคหนังสือเท่ากัน 100% เต็ม” ให้แก่ 7 องค์กรพันธมิตร คือ กรมราชทัณฑ์, มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิส่งเสริมพัฒนาเด็กและเยาวชน, CYF, มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก, บ้านเด็กอ่อนพญาไท, โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย หรือองค์กรใดก็ตาม ที่ผู้ซื้อพวงหรีดผลบุญมีความประสงค์ที่จะบริจาคหนังสือ

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด ได้สืบสานเจตนารมณ์ในการทำงานเพื่อความสุขและความรุ่งโรจน์ของสังคม ริเริ่มโครงการบริจาคหนังสือให้แก่สังคมผ่านโครงการ “ปันความรักด้วยความรู้” โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข” และอีกหลายโครงการ ซึ่งได้ทำการบริจาคหนังสือไปยังองค์กรต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นจำนวนรวมกว่า 1,000,000 เล่ม หรือกว่า 150,000 บาท แต่ยังพบว่า ยังมีผู้ด้อยโอกาส ทั้ง เด็กและเยาวชน มูลนิธิ ผู้ที่อยู่ในทัณฑสถาน ที่ไม่สามารถเข้าถึงหนังสือได้อีกจำนวนมาก เราจึงจัดตั้งโครงการผลบุญ พวงหรีดหนังสือ เพื่อเปิดโอกาสในทุกคนในสังคม สามารถที่จะเป็น ผู้ให้ และผู้เติมเต็มโอกาส ให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทยได้ต่อยอดทางความคิด ต่อยอดอนาคต”

“โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อต่อยอดการบริจาคหนังสือให้แก่ผู้ด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงหนังสือ พัฒนาความรู้ สติปัญญา และสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสู่ชีวิตที่ดีขึ้นได้ และเป็นโครงการที่จะช่วยสร้างผลบุญกับผู้ให้ ช่วยกระจายความรู้สู่สังคม โดยทางเราได้คัดสรรหนังสือ 5 กลุ่มหนังสือ ได้แก่ กลุ่มหนังสือเพื่อเด็กและเยาวชน กลุ่มหนังสือพัฒนาส่งเสริมอาชีพและพัฒนาตัวเอง กลุ่มหนังสือธรรมะและสุขภาพ ที่เหมาะกับชุมชนหรือหน่วยงานที่รับบริจาค เพื่อให้ทุกคนที่ได้หนังสือ นำไปเสริมสร้างทักษะในการเรียนรู้ สร้างการพัฒนาการศึกษาทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อพวงหรีดผลบุญจะได้บริจาคหนังสือ 100% เต็มของราคาพวงหรีดแล้ว สำหรับบุคคลธรรมดายังสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 100% อีกด้วย”

ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วยการบริจาคหนังสือถึงองค์กรต่างๆ สนใจซื้อพวงหรีดผลบุญ สามารถสั่งซื้อพวงหรีดผลบุญ ได้โดย ติดต่อช่องทางการสั่งซื้อ ได้แก่

ช่องทางที่ 1 : www.phonboon.com (วิธีการสั่งซื้อพวกหรีด click!)

ช่องทางที่ 2 : Line @phonboon

ช่องทางที่ 3 : โทร 02-4239889

จากนั้น เลือกพวงหรีดของศิลปินที่ต้องการ มี 2 ระดับราคา คือ 3,500 บาท และ 4,500 บาท พร้อมเลือกระบุชุดหนังสือที่ต้องการบริจาคโดยจะมีมูลค่าหนังสือในการบริจาค 100% เต็มตามราคาพวงหรีด ได้แก่ 5 กลุ่มหนังสือ จากนั้น เลือกองค์กรที่ต้องการบริจาคหนังสือจากรายชื่อ 7 องค์กรข้างต้น หรือระบุองค์กรอื่นๆ ตามที่ผู้สั่งซื้อต้องการ ทางโครงการ จะดำเนินการส่งพวงหรีดผลบุญไปยังวัดในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี พร้อมจัดชุดหนังสือบริจาคแก่หน่วยงานผู้รับบริจาคต่อไป และจัดส่งใบเสร็จกลับไปยังผู้สั่งซื้อ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้ 100% และจะขยายพื้นที่ในการสั่งซื้อพวงหรีดไปยังจังหวัดหัวเมืองในอนาคต

เยี่ยมชมศูนย์ CYF ตำบลท่าค้อ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ในวันพุธ ที่ 5 มกราคม 2563 เวลา 10.00 น. นายจักราวุธ สอนโกษา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 พร้อมคณะ เยี่ยมชมให้ขวัญกำลังใจพร้อมมอบสื่อการเรียนการสอนให้กับครูและนักเรียน ของศูนย์ CYF : Children Youth developlopment Foundation (โดยมูลนิธิพัฒนาเด็กและเยาวชน)
ณ ศูนย์ CYF ตำบลท่าค้อ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

พ่อเเม่ควรทำอย่างไรให้ลูกพัฒนาทักษะ

– การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย (Active learning)
คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกออกไปทำกิจกรรมหรือทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก โดยเน้นกิจกรรมที่ลูกๆได้มีโอกาสลงมือทำจริง เช่นไปพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ เป็นต้น เพราะจะทำให้เด็กคิดนอกกรอบ สามารถเรียนรู้อการยู่กับผู้อื่น การรู้จักตัดสินใจเเละการเเก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
.
– เรียนรู้ผ่านการเล่นที่มีกฎกติกา (Sports & Play)
ให้ลูกเล่นกีฬา เพราะกีฬาทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่จะไม่ยอมเพ้ต่ออุปสรรค เรียนรู้การเป็นผู้แพ้และการเป็นผู้ชนะที่ดี รู้จักการพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมและโค้ช รวมถึงการฝึกระเบียบวินัยอีกด้วย
.
– เรียนรู้ผ่านการเล่นอิสระ (Free play)
พ่อเเม่ควรหากิจกรรมที่ลูกสามารถเล่นได้อิสระเช่น วิ่งเล่นในสวนสาธารณะ สนามเด็กเล่นต่างๆ เพราะจะทำให้เด็กได้ปลดปล่อยความเครียดที่เก็บไว้ รวมถึงสามารถมีอิสระในการคิดผ่านการเล่น ได้ความสนุก ซึ่งนำไปสู่ความคิดสร้างสรรค์เเละจินตนาการอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
.
– เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Do It Yourself)
หากิจกรรมที่ลูกได้มีโอกาสลงมือทำ เป็นการฝึกให่เด็กมีความรับผิดชอบ ฝึกการจัดการเเละช่วยเหลือตนเอง เด็กจะได้มีโอกาสได้คิดและลงมือทำ โดยจะเรียนรู้จากความผิดพลาดที่ตัวเองสร้างขึ้นเเละเรียนรู้วิธีเเก้ไขด้วยตัวเอง
.
– เรียนรู้ผ่านการเเก้ไขปัญหา (Problem-based learning)
พ่อเเม่ควรลองปล่อยให้ลูกได้เผชิญกับปัญหา โดยที่เราคอยดูอยู่ห่างๆ เพราะเวลาลูกเจอปัญหาต่างๆ เด็กจะคิดเเละเรียนรู้ที่จะเเก้ไขปัญหานั้นด้วยตนเอง ซึ่งทำให้เด็กกล้าที่จะตัดสินใจไม่กลัวต่อความผิดพลาดในอนาคต

 

อ้างอิง
.
https://www.planforkids.com/readparentblog.php…

https://www.understood.org/…/executive-function-disorder-sy…

สัญญาณบ่งบอกว่าเด็กเริ่มมีปัญหาในการพัฒนาทักษะ EF

อนุบาล-ป.2
.
– ขี้หงุดหงิดและมักจะขว้างสิ่งของลงพื้นแทนที่จะขอความช่วยเหลือ
– มีปัญหาในการบอกทิศทาง
– มีอารมณ์เกรียวกราดในเรื่องเล็กน้อย
– ไม่สามารถรับผิดชอบงานง่ายๆที่ได้รับมอบหมาย
.
ป.3-ม.1
.
– ไม่สามารถทำงานให้เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันได้
– ถูกเบี่ยงเบนสมาธิไม่จดจ่อกับสิ่งที่ทำ
– ตื่นตระหนกเมื่อเจอปัญหาที่ไม่คาดคิด
– กระเป๋าเรียนเเละลิ้นชักโต๊ะเรียนรกไม่มีการจัดระเบียบ
.
ม.1 ขึ้นไป
.
– มีท่าทีในการร่วมในพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ
– มองโลกในเเง่ดีเกินไปหรือแย่เกินไป
– ชอบเถียงเเต่ไม่สามารถให้เหตุผลที่ฟังขึ้นได้
– ไม่สามารถโฟกัสในการทำงานกลุ่มได้
– ลืมนัดหรืองานสำคัญที่จะต้องส่ง

 

อ้างอิง
.
https://www.planforkids.com/readparentblog.php…

https://www.understood.org/…/executive-function-disorder-sy…

ทักษะ Executive Function (EF) ได้จากการเล่นนะรู้ไหม

EF คืออะไร?
.
ทักษะ EF ย่อมาจาก Executive Function คือกระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับความคิด ความรู้สึกและการกระทำ ซึ่งมีความสำคัญต่อการตัดสินใจ การวางเเผนและการบริหารจัดการในชีวิตประจำวันของเรา งานวิจัยเผยว่าเด็กอายุระหว่าง 3-6 ปีเป็นช่วงเวลาที่เด็กสามารถพัฒนา EF ได้ดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่สมองส่วนหน้ามีการพัฒนามากที่สุด
.
EF ประกอบด้วยทักษะ 9 ด้าน ได้เเก่
.
1. ทักษะความจำที่นำมาใช้งาน (Working Memory)
คือความสามรถในการจำของเด็ก ในการบันทึกเรื่องราวที่เด็กได้เรียนรู้ เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่เด็กเคยเห็นเคยเจอมาในอดีต
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้แก่ การให้ลูกทำกิจกรรมที่ได้เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า (ตา หู จมูก ปาก มือ) การเล่านิทานให้ลูกฟัง ร้องเพลง เล่นกีฬา
.
2. ทักษะการยั้งคิดไตร่ตรอง (Inhibitory Control)
คือความสามารถในการควบคุม ยับยั้งตนเองและสามารถจดจ่อโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้แก่ การฝึกการหายใจเข้าลึกๆ ฝึกสมาธิ ให้เล่นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคให้น้อยลง
.
3. ทักษะการยืดหยุ่นความคิด (Shift Cognitive Flexibility)
คือความสามารถในการปรับปรี่ยนหรือยืดยุ่นความคิด ตามสิ่งเเวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้แก่ การเล่นอย่างอิสระ (Free play)
.
4. ทักษะการจดจ่อใส่ใจ (Focus/Attention)
คือความสามารถในการจดจ่อกับการทำกิจกรรม ไม่วอกแวกไปตามสิ่งเร้าที่เข้ามา
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้เเก่ การอ่านหนังสือ เกมส์ที่ฝึกระเบียบวินัย
.
5.การควบคุมอารมณ์ (Emotion Control)
คือความสามารถในการควบคุมการแสดงออกทางด้านอารมณ์ตามสถานการณ์
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้แก่ กิจกรรมที่ทำกับเพื่อน เพื่อรู้จักการแบ่งปัน อดทนรอคอย
.
6. การวางแผนและการจัดการ (Planning and Organizing)
คือความสามารถในการวางแผน จัดการอย่างเป็นระบบ
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้เเก่ กิจกรรมที่ลูกๆได้เรียนรู้เรื่องเวลา ตั้งเป้าหมาย เช่น การฝึกออมเงินเพื่อซื้อของที่อยากได้หรือให้รับผิดชอบทำงานบ้าน
.
7. การประเมินตนเอง (Self-Monitoring)
คือความสามารถในการรู้ข้อดี ข้อด้อยเเละสามารถทบทวนตัวเองในสิ่งที่ทำได้
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้เเก่ การให้ลูกเล่าประสบการณ์ที่ได้กับกิจกรรมที่ได้ทำมา
.
8. การริเริ่มและลงมือทำ (Initiating)
คือความสามารถในการลองทำสิ่งใหม่อย่างไม่เกรงกลัว
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้แก่ การพาลูกไปเล่นกับเด็กคนอื่นๆ เพื่อให้ลูกสามารถแสดงความคิดเห็นของตัวเองและเเลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนๆ
.
9. ความเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย (Goal-Directed Persistence)
ความสามารถในการประะเชิญอุปสรรค เเละพยายามก้าวผ่านมันไปให้ได้อย่างไม่ยอมเเพ้
.
กิจกรรมที่พ่อเเม่ควรส่งเสริม ได้เเก่ การเล่นกีฬา ดนตรี ต่อจิ๊กซอว์

ศูนย์การเรียนบ้านคุณธรรมเยี่ยมเยียนศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ ที่จังหวัดนครพนม

เมื่อวันที่ 21-22 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อนเครือข่ายศูนย์การเรียนจาก จ.เพชรบูรณ์ ศูนย์การเรียนบ้านคุณธรรมมาได้มาเยี่ยมเยียนศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ ถึงจังหวัดนครพนม

จากครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว ที่ CYF ได้ทำโครงการเดินทางเรียนรู้ พาพี่นักเรียนจากศูนย์การเรียนห้วยพ่านฯ และศูนย์การเรียนสะเนพ่องฯ ไปทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเรียนรู้กันที่บ้านคุณธรรม ซึ่งครั้งนั้น พวกเราต่างได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น เป็นความประทับใจที่ได้รับอย่างไม่มีวันลืม ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสของพวกเราอย่างยิ่งที่จะได้ส่งมอบความรู้สึกที่ดีตอบแทน

ภารกิจการมาในครั้งนี้ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
ศูนย์การเรียนบ้านคุณธรรมได้มาพาทำ พาสอน พาแนะนำการทำอาหารเจ ทำอย่างไรให้อาหารเจอร่อยได้มากกว่าอาหารที่มีเนื้อสัตว์ พวกเราได้รับประทานอาหารเจแสนอร่อยตลอด 2 วัน พร้อมได้เทคนิคการทำอาหารเพื่อสุขภาพ อีกทั้งยังแลกเปลี่ยนแนวคิดการพึ่งพาตนเอง การดำรงตนอยู่ในหลักธรรม การไม่เบียดเบียนผู้อื่น สัตว์ และโลก
ส่วนศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ ได้แลกเปลี่ยนการทำเอกสารต่างๆในการจัดการศึกษาในศูนย์การเรียน การจัดการเอกสารที่ต้องใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยให้การจัดเก็บเอกสารให้สะดวกขึ้น และเครื่องมือที่จะช่วยให้ครูจัดการศึกษาผ่านหลักสูตรและกิจกรรมของศูนย์การเรียน โดยบูรณาการเข้ากับ 8 กลุ่มสาระ หลักสูตรแกนกลางของ สพฐ.

แววตาที่มุ่งมั่นของเหล่าซือจากบ้านคุณธรรมทุกๆคน ที่พร้อมจะปรับตัวและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่สามารถอำนวยให้เกิดการศึกษาอย่างมีคุณภาพต่อผู้เรียนในศูนย์การเรียนบ้านคุณธรรม

การแวะมาเยี่ยมเยียนของเหล่าซือจากบ้านคุณธรรม เพียง 2 วัน CYF ได้รับพลังและมุมมองแนวคิดดีๆ มาปรับใช้ ในการจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคลต่อไป

#ภาคีเครือข่ายศูนย์การเรียน
#CYF #บ้านคุณธรรม

เรียนรู้เรื่อง พืช จากผลิตอาหารปลอดภัยในศูนย์การเรียนซีวายเอฟ

PBL รวมสัปดาห์นี้เราเรียนเรื่อง “พืช” กัน
เกิดจากเราอยากผลิตอาหารปลอดภัยในศูนย์การเรียนซีวายเอฟ พืชผักที่หว่านไว้ได้เวลาขยับขยายลงดินที่เหมาะสม

ก่อนลงแปลงเพื่อปลูกต้นกล้า
พี่นักเรียนแบ่งกลุ่มดูสื่อเรื่องอาหารของพืช หรือการสังเคราะห์แสงของพืช จากนั้นทำใบงานตอบโจทย์คำถาม 2 ข้อ 1)วาดผังภาพกระบวนการสังเคราะห์แสงของพืช พร้อมอธิบายสมการเคมีตามผังภาพ
2)จากคลิปประวัติการค้นพบการสังเคราะห์แสงของพืช ให้เลือกนักวิทยาศาสตร์ที่คิดว่ามีอิทธิพลต่อการค้นพบทฤษฎีนี้มากที่สุด พร้อมให้คำอธิบาย

พี่นักเรียนทั้งสามกลุ่ม ตอบตรงกันคือ แจน อินเก็น ฮูซ (Jan Ingen Houze) ซึ่งแต่ละกลุ่มก็ให้เหตุผลที่แตกต่างกันไป
จากนั้นแลกเปลี่ยนนำเสนอความคิดของกลุ่ม

ในการลงปฏิบัติ แต่ละกลุ่มมีวิธีการเตรียมดินที่แตกต่างกัน
กลุ่มหนึ่ง ใช้ดินจากป่าผสมกับมูลวัวตากแห้ง และเผาฟางบนหน้าดิน
อีกกลุ่ม ใช้ดินจากป่าผสมมูลวัวตากแห้ง และรดน้ำที่ผสมจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงลงไป
กลุ่มสุดท้าย ใช้ดินในศูนย์การเรียนผสมกับมูลวัวตากแห้ง 1 ชั้น และดินที่เก็บมาจากป่า 1 ชั้น เทสลับกันไปเป็นชั้นๆ

พอตกเย็นก็ลงแปลง ถอนกล้ากันอย่างเบามือ และลงแปลงปลูก พร้อมตั้งชื่อ และบันทึกผลการเติบโตของพืชในทุกสัปดาห์

นักเรียน CYF รุ่นที่ 1 กับโอกาสทดลองเกี่ยวข้าวด้วยวิธีง่ายๆ

ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ ในปีนี้ไม่ได้ทำนา
แต่มีต้นข้าวงอกขึ้นตรงแปลงนาเก่าท้ายศูนย์การเรียน

พวกเราชาวนักเรียน CYF รุ่นที่ 1 เลยได้โอกาสทดลองเกี่ยวข้าวด้วยวิธีง่ายๆ โดยใช้มีด กรรไกร และมือเด็ด เพื่อเอาไว้ทำพันธุ์ปีหน้า หรือเกี่ยวไว้ให้ไก่กิน

แปลงนาจึงเปลี่ยนสภาพเป็นสนามเด็กเล่น สนามทดลองการเรียนรู้ ชั่วคราว

พี่ นร.ห้วยพ่านที่มีความคุ้นเคยกับแปลงนาอยู่แล้ว ตามประสาเด็กที่อาศัยอยู่กับป่าก็ตัดลำต้นข้าวประดิษฐ์เป็นเครื่องเป่า ของเล่นจากต้นข้าว
พี่ฟูจิ เด็กที่เกิดและโตมาในเมือง เห็นเพื่อนเล่นก็อยากเล่นด้วย พี่เจมส์เลยสอนทำเครื่องเป่า สอนเป่าอยู่นาน และพังไปหลายชิ้น แต่พี่ฟูจิก็ยังเป่าไม่ออก พี่เจมส์ยังไม่หมดความพยายามสอนจนพี่ฟูจิเป่าออกเสียงได้หนึ่งครั้ง และก็ทำพัง

พี่เจมส์สาธิตเป่าให้ดูว่าของเขาปรับได้ 3 ระดับเสียงด้วย ด้วยความอยากให้น้องเล่นได้ พี่เจมส์จึงแอบเอาของตัวเองให้พี่ฟูจิ แต่ด้วยทักษะการสังเกตของพี่ฟูจิ ลองเอาเครื่องเป่าต้นข้าวที่พี่เจมส์ให้มาดมและจับได้ว่าไม่ใช่ของใหม่ และคืนพี่เจมส์ไป เสียงหัวเราะของเด็กๆจึงเกิดขึ้นเมื่อพี่เจมส์ถูกจับผิดได้
.
และการเล่น การทำงาน การเรียนรู้ก็ดำเนินต่อไป
พี่วิว พี่แอม พี่กิ ขมักเขม้นกับการตัดต้นข้าว
พี่บีม รั้งท้ายเพื่อนตามเกี่ยวต้นข้าวที่เพื่อนเกี่ยวไม่หมด
พี่อาร์ม นั่งตัดต้นข้าวเพื่อทำเครื่องเป่าจนหมดกอ แต่ก็ยังไม่สำเร็จ
พี่แจ๊ค ทำเครื่องเป่าจากต้นข้าวได้ 3-4 อัน และเป่าโชว์พี่อาร์ม
พี่นัท มาเกี่ยวข้าวบ้าง ไปปั่นจักรยานเล่นบ้างอยู่รอบแปลงนา

กระบวนการ DALI : Design-Action-Learning-Improve เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของการเล่น

เพราะแรงขับความสนุกมันเรียกร้อง

การวางแผน การแบ่งบทบาทหน้าที่ การประมวลความรู้เดิม การประเมินความสามารถเพื่อน การทดลอง ลองทำ ปรับปรุง ทำใหม่

กระบวนการ DALI : Design-Action-Learning-Improve เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของการเล่น

หลังจากเสร็จกิจกรรมทำบ้านดิน พี่นักเรียนจากบ้านป่าต้นน้ำน่าน ก็กระโดดลงน้ำเพื่อล้างตัวและผ่อนคลาย อยู่ๆพี่วิวกับพี่เจมส์ก็เกิดไอเดียทำชิงช้าโหนลงน้ำ พี่อาร์มในฐานะพี่ชายคนโตสุดอาสาปีนขึ้นไปผูกเชือกให้ พี่วิวไปหาเชือกมาให้
ระหว่างพี่อาร์มอยู่บนต้นไม้ ก็ตะโกนบอกพี่วิวให้ส่งน้ำขึ้นมาเร็วๆ เพราะบนต้นไม้มีมดเยอะมาก และกำลังกัดพี่อาร์มอยู่
พี่วิววิ่งไปเอาถังมาตักน้ำ และผูกปลายเชือกไว้ ให้พี่อาร์มดึงขึ้นไปบนต้นไม้
พี่อาร์มเทน้ำจากถังราดลงบนต้นไม้ และปีนขึ้นไปอีกกิ่งไม้ท่อนที่สูงขึ้น เพื่อเริ่มผูกเชือก โดยพี่เจมส์ช่วยกำกับตำแหน่งอยู่ด้านล่าง จากนั้นลุงหน่องเดินมา พร้อมเสนอว่ามีเชือกเส้นที่ใหญ่กว่า พี่วิวตาลุกวาว ถามว่าอยู่ไหนและวิ่งไปเอา
หลังจากผูกเสร็จ พี่วิวทดลองเล่นก่อน แต่ไม่สามารถโหนไปได้ไกลมา เพื่อนจึงมาช่วยเสริมแรง

จตุรพีแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์
(Four P’s of creative Learning)

Project หรือ โครงงาน
Passion หรือ ความหลงใหล
Peers หรือ เพื่อน
Play หรือ การเล่นสนุก

ผู้ใหญ่เฝ้าดูการเล่นของเด็ก และประมวลความคิดตามองค์ความรู้ที่ได้ศึกษามา สิ่งที่เห็นจากกระบวนการเล่นของเด็ก ทำให้ผู้ใหญ่มั่นใจในแนวทางการเรียนรู้ที่ต้องมาจากความสนใจและศักยภาพของผู้เรียน

บรรยากาศการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ต้อนรับนักเรียนใหม่ ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ เทอมที่ 2 ปีการศึกษา 2562

ศูนย์การเรียนซี วาย เอฟ เทอมที่ 2 ปีการศึกษา 2562
ต้อนรับนักเรียนใหม่ จากครอบครัวที่มีแนวคิดและแนวทางการจัดการเรียนรู้ไปในเป้าหมายเดียวกัน
(English please scroll down 👇)

บรรยากาศการวางแผนการจัดการเรียนรู้ให้ลูก/ผู้เรียน จึงเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง แนวความคิด และเติมเต็มแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เน้นสอนทักษะชีวิต(3R 8C) กระบวนการคิด(Bloom : K4-K5-K6) ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่เป็นองค์รวม ครูไม่ติดกรอบตัวชี้วัดหรือลำดับช่วงชั้น ครูคือโค้ช ผู้อำนวยการเรียนรู้ที่เน้นสอนกระบวนการมากกว่าเนื้อหา และส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ไปตามศักยภาพอย่างไม่ติดกรอบ

การคุยแลกเปลี่ยนกันในวงนี้ จึงได้ยิน
“เสียงของเด็ก” ที่มีเป้าหมายในการเรียนรู้ตามความถนัดและสนใจ

“เสียงของพ่อแม่” ที่มีความเป็นห่วงต่อการอยู่ต่อในโลกของความปรวนแปร ขณะเดียวกันพ่อแม่ก็พร้อมเปิดกว้างและกล้าที่จะเสี่ยงให้ลูกได้ท้าทายกับการศึกษามิติใหม่ ดีกว่าการที่รู้แล้วว่าระบบเก่ามันไม่ทันโลกแต่ยังฝืนให้ลูกเรียน

“คำตอบถูก หรือ กระบวนการถูก ลูกเลือกอะไร”
คำถามที่คุณพ่อใช้ถามลูกๆ และได้คำตอบที่ถือเป็นจุดตั้งต้นที่ดีที่ทำให้พ่อแม่มีความหวังต่อการเติบโตต่อไปในโลกอนาคตของลูก

CYF จึงขอเป็นพื้นที่แหล่งเรียนรู้หนึ่ง ที่จะสร้างเครื่องมือให้หลากหลายเพื่ออำนวยการเรียนรู้ในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพที่แตกต่างกัน

#CYF
#ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ
#การเรียนรู้เป็นรายบุคคล
#ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง

———————————————————-
CYF Learning Center
2nd semester, the academic year 2019

CYF welcomes new students named Gigi Giji and Fuji who have been teaching in the concepts of alternative education such as Waldorf from their parents.

When they grow up and have the age to go to school for compulsory education. There is no alternative school for them. So their parents have to send them to state-provided school. However, mainstream education is not the answer to this family. Parents don’t want their children studying hard to test the exam or for academic competition. They only want their children to be happy to learn according to their interests and to practice life skills (3R 8C), the cognitive process(bloom’s theory) for keeping up with the fast-changing world.

CYF Learning Center is the first alternative school in Nakorn Phanom province so this family comes to us with the hope of the right education for their children. Today is the first meeting of us to exchange our concepts of education and fulfillment of learning management methods that are student-based to develop a learning plan that follows learners.

CYF wishes to be a learning area where creates various tools for facilitating learning to serve and support learners to learn appropriately according to different potentials and interesting.

#CYFLearningCenter
#IndividualStudy
#StudentCenteredLearning